- ฉลองวัดพระวิสุทธิวงศ์ บ้านโพนสูง 2026
- ชุมนุมผู้สูงอายุ สังฆมณฑลอุดรธานี ครั้งที่ 12/2026
- ฉลองวัดแม่พระประจักษ์เมืองลูร์ด บ้านไผ่ 2026
- 60 ปี โรงเรียนมหาไถ่ศึกษา ท่าบม
- พุธรับเถ้า 2026
5. วัดแม่พระฟาติมา เมืองพล
150/3 ถ.พลรัตน์ อ.พล จ.ขอนแก่น
ตู้ ป.ณ. 6 ปณจ. พล อ.พล จ.ขอนแก่น 40120 โทร. 0-4341-4742 , 0-4327-2609
เมื่อก่อนนั้นเป็นเวลาหลายปีก็มีคริสตชนที่เป็นคนจีน และเวียดนาม มาทำมาหากินและค้าขายที่เมืองพลบ้างแล้ว ซึ่งตอนแรกนั้นจะมีพระสงฆ์จากโคราช (นครราชสีมา) มาเยี่ยมปีละครั้งหรือสองครั้ง ต่อมาในปี ค.ศ. 1955 (พ.ศ. 2498) พระสัฆรักษ์ ดูฮาร์ต สงฆ์มิสชันนารีคณะพระมหาไถ่ ในฐานะประมุขสังฆมณฑลใหม่ คือ อุดรธานี ได้เริ่มมาเยี่ยมเยียนบ่อยขึ้น ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1958 (พ.ศ. 2501) เมื่อคณะพระมหาไถ่ได้มาเปิดศูนย์ใหม่ที่เมืองขอนแก่น ทางผู้ใหญ่ของคณะก็ได้แต่งตั้ง คุณพ่อเลโอ แทรวิส เป็นผู้ดูแลคริสตชนในเขตเมืองพล และบริเวณใกล้เคียงเช่นที่บ้านไผ่ ตั้งแต่นั้นจึงมีมิสซาทุกอาทิตย์ที่เมืองพล โดยที่คุณพ่อจะมาค้างคืนในวันเสาร์ที่โรงแรมในตลาด และมีมิสซาในวันอาทิตย์พร้อมสอนคำสอนในร้านขายอขงชำเช่นนี้เป็นเวลาหลาย เดือน จนในที่สุดคุณพ่อก็ได้เช่าบ้านหลังหนึ่งเพื่อใช้เป็นวัดชั่วคราว เป็นที่พักค้างคืนและเก็บของใช้ในราคาเดือนละ 150 บาท
ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ปีถัดมา มีการโยกย้ายพระสงฆ์ในเขตขอนแก่น คุณพ่อแฮรี่ ทีล รับหน้าที่เป็นเจ้าวัดเขตเมืองพล – บ้านไผ่ สืบต่อจากคุณพ่อเลโอ แทรวิส ก่อนที่คุณพ่อจะมารับหน้าที่จริงในราวกลางปีนั้น คุณพ่อมริสี และคุณพ่อกริฟฟิท ซึ่งอยู่ในเขตขอนแก่น สับเปลี่ยนกันมาดูแลคริสตชนที่นี่เป็นการชั่วคราว เมื่อตอนที่คุณพ่อแฮรี่ ทีล มาประจำที่เมืองพลครั้งแรกนี้ คริสตชนที่เป็นที่รู้จักกันประมาณ 40 คน คือ ผู้ใหญ่ 19 คน และเด็กอีก 21 คน ซึ่งคริสตชนเหล่านี้อพยพมาจากวัดกาลหว่าร์ (วัดแม่พระลูกประคำ) รุงเทพมหานคร บ้างและจากวัดหนองแสง จ.นครพนม บ้าง ในระยะเดียวกันนี้ก็มีการซื้อที่ดิน 40 ไร่ เพื่อจะใช้เป็นที่สร้างวัด
และโรงเรียนในอนาคต ซึ่งในเดือนสิงหาคม ค.ศ.1960 (พ.ศ. 2503) ได้มีการก่อสร้างบ้านพักขึ้นหนึ่งหลังในราคา 10,000 บาท เพื่อใช้เป็นวัด ห้องพักพระสงฆ์ และห้องพักครูสอนคำสอนบนที่ดินแปลงนี้ และต่อมาได้ซื้อที่ดินเพิ่มอีก 2 ไร่ จำนวนคริสตชนก็ได้เพิ่มขึ้นเช่นกันเป็น 65 คนคุณพ่อเจ้าวัดในสมัยนั้น นอกจากจะดูและสัตบุรุษเมืองพล – บ้านไผ่ แล้วยังดูแลคริสตชน อีก 2 ครอบครัวที่ อ.หนองสองห้อง ห่างจากเมืองพลไป
22 กิโลเมตร และยังมีครอบครัวคริสตชนเชื้อสายจีอีกครอบครัวหนึ่งที่ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ห่างจากเมืองพลไปอีก 60 กิโลเมตร ในปีเดียวกัน คุณพ่อแฮรี่ ทีล ได้รับครูสุนทร แพงจันทร์ กับครอบครัวมาช่วยทำงานด้วย ครูสุนทร แพงจันทร์ มาจากครอบครัวที่นับถือศาสนาคริสต์มาแต่ปู่ย่า ตายาย จากหมู่บ้านห้วยเล็บมือ
อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย ตัวครูสุนทรเองก็เคยเข้าบ้านเณรระยะหนึ่ง และเป็นศิษย์ของวัดพระมหาไถ่ กรุงเทพมหานคร ครูสุนทรเป็นครูคำสอนกับคุณพ่อโกโตร แต่เนื่องจากเห็นว่าคุณพ่อแฮรี่ ขาดบุคลากรช่วยทำงาน ดังนั้น จึงได้มาช่วยงานของคุณพ่อแฮรี่ ครูสุนทรเป็นคนสุภาพ อ่อนโยน นิสัยเรียบง่าย เข้ากับทุกคนได้ดี เอาการเอางาน ทำงานทุกอย่างตั้งแต่ช่างจนถึงที่ปรึกษาของคุณพ่อ นอกจากนั้น งานด้านคำสอน ครูสุนทรได้ช่วยคุณพ่อแฮรี่ สอนคำสอนเผยแพร่ศาสนาใน อ.พล และอำเภอต่าง ๆ ที่ใกล้เคียง และยังเป็นผู้ช่วยที่ดีของคุณพ่อเจ้าวัดมาตลอดกว่า 30 ปี พร้อมด้วยกันกับภรรยาคู่ร่วมชีวิต ผู้ซึ่งพร้อมและยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือพระศาสนจักเสมอ
ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1962 (พ.ศ. 2505) คุณพ่อแฮรี่ ทีล ก็ได้เริ่มงานการก่อสร้างวัดแม่พระฟาติมาเมืองพล หลังแรกจนแล้วเสร็จและมีพิธีเปิดแพรป้าย โดยนายอำเภอพลในสมัยนั้น และพิธีเสกโดยพระคุณเจ้าดูฮาร์ด ในวันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 1963 (พ.ศ. 2506)หลังจากพิธีเปิด – เสกวัดใหม่ไม่กี่เดือนต่อมา คุณพ่อแฮรี่ ทีล ก็ได้เดินทางไปพักผ่อนเป็นเวลา 6 เดือนที่สหรัฐอเมริกา ในช่วงนี้ คุณพ่อวีระพงศ์ วัชราทิตย์ ได้รับหน้าที่ดูแลงานอภิบาลเขตเมืองพล และบริเวณใกล้เคียงแทน เมื่อคุณพ่อแฮรี่ ทีล กลับจากสหรัฐอเมริกาในปลายปีนั้นไม่นาน คุณพ่อก็ย้ายรับหน้าที่ใหม่และคุณพ่อวีระพงศ์ ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดแม่พระฟาติมาเมืองพลแทน ซึ่งคุณพ่อก็ทำงานนานถึง 8 ปี คุณพ่อก็ได้สืบสานงานต่อไป เป็นต้น เล็งเห็นความต้องการทำการศึกษาและอบรมทางศีลธรรมในท้องที่เมืองพลและ อ.บ้านไผ่ คุณพ่อจึงได้ติดต่อซิสเตอร์เซนต์โม
(คุณพระกุมารเยชู) จากประเทศมาเลเซียให้มาดำเนินกิจการโรงเรียน และได้ก่อสร้างโรงเรียนมหาไถ่ศึกษาเมืองพล แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 1965 (พ.ศ.2508) และกิจการโรงเรียนก็ได้เจริญก้าวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้
กิจการวัดแม่พระฟาติมาเมืองพล และโรงเรียนมหาไถ่ศึกษาเมืองพล ก็ได้รับการเอาใจใส่การอภิบาลจากบรรดาคุณพ่อ ซิสเตอร์ และฆราวาสหลายท่าน ถ่ายทอดกันมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน พระสงฆ์ที่ได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดและช่วยดูแลกิจการโรงเรียนมหาไถ่เมืองพลก็ มีหลายท่าน เช่น คุณพ่อโกแตนท์,
คุณพ่อกนก ศรีวิชีย คุณพ่อศิริชัย เล้ากอบกุล คุณพ่อบุญรอด เวียงพระปรก คุณพ่ออันเดร โอนี่
ซึ่งอยู่นานถึง 8 ปี เช่นเดียวกับคุณพ่อวีระพงศ์ ในสมัยคุณพ่ออันเดรโอนี่เป็นเจ้าอาวาส คุณพ่อและ
สภาอภิบาลวัดได้เอาใจใส่เป็นพิเศษเกี่ยวกับสุสานของวัด คือเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1989 (พ.ศ. 2532) พระคุณเจ้ายอด พิมพิสาร ได้เป็นประธานเสกศาลาพักศพที่สุสาน ซึ่งตระกูล “รุจิเกียรติกำจร” สร้างถวาย
ส่วนการทำรั้วกำแพง ถนนคอนกรีต และการปรับปรุงอื่น ๆ ในบริเวณสุสานนั้น ก็ได้รับความร่วมมือจาก
สภาอภิบาลวัดและเงินบริจาคช่วยเหลือเพื่อทางวัดจะมี สุสานสวยงามและเป็นมาตรฐานต่อไป และ
ในวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 1999 (พ.ศ. 2542) พระคุณเจ้ายอด พิมพิสาร ได้มาเป็นประธานเสกสุสานประจำปีและได้ทำพิธีเสกรูปปั้น Pieta (พระแม่มหาทุกข์) และกางเขนใหญ่ ที่ตระกูล “รุจิเกียรติกำจร” ได้บริจาคเพื่อตั้งไว้ในสุสานแห่งนี้
หลังคุณพ่ออันเดรโอนี ก็มีพระคุณเจ้าลือชัยธาตุวิสัย}คุณพ่อวิชัย อ้วนเย็นดี,คุณพ่อกำจัด เสาะก่านซึ่งทั้ง 3 ท่านก็มาช่วยงานไม่นาน แล้วคุณพ่อวราศักดิ์ บูรณะพล ซึ่งคุณพ่อก็ได้บูรณะปรับปรุงบ้านพักพระสงฆ์ให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น คุณพ่อสมนึก สุทธิ ได้รับหน้าที่สืบต่อจากคุณพ่อวราศักดิ์
วันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1999 (พ.ศ. 2542) พระคุณเจ้ายอด พิมพิสาร ได้มาเป็นประธานวางศิลาฤกษ์วัดแม่พระฟาติมา เมืองพลหลังใหม่ ซึ่งครอบครัวยอแซฟ ระดม – เยโนเวฟา ไพบูลย์ รุจิ เกียรติกำจร พร้อมกับญาติพี่น้องสร้างถวาย เนื่องในปีปิติมหาการุญ ค.ศ. 2000 และวัดเก่าก็สร้างมาเป็นเวลาเกือบ 40 ปี แล้ว พร้อมกับสัตบุรุษก็เพิ่มมากขึ้น
ในกลางเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1999 (พ.ศ. 2542) คุณพ่อประสิทธิ์ ตรงสหพงศ์ ได้ย้ายมารับหน้าที่ใหม่แทนคุณพ่อสมนึก ซึ่งย้ายไปรับหน้าที่ใหม่เช่นกัน การสร้างโบสถ์หลังใหม่ก็ดำเนินมาเรื่อย ๆ พร้อมกับปรับพื้นที่และบริเวณวัดใหม่โดยมีห้องน้ำมาตรฐานและบ้านพักคนงาน ส่วนบ้านพักพระสงฆ์ก็ได้สร้างใหม่เพื่อให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาเมืองพล ก็ได้สมทบเงินจำนวนหนึ่งในการสร้างบ้านพักพระสงฆ์ ทางสภาอภิบาลวัดได้สมทบเป็นบางส่วนในการทำร่องน้ำ และถนนคอนกรีตเข้าโบสถ์ ส่วนค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ในการสร้าโบสถ์ใหม่นี้ ครอบครัวยอแซฟ ระดม – เยโนเวฟา ไพบูลย์ รุจิเกียรติกำจร พร้อมกับญาติพี่น้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
สัตบุรุษวัดแม่พระฟาติมาเมืองพล ยังมีจำนวนน้อย ประมาณ 27 ครอบครัว ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ไม่เกิน 100 คน โยมีตระกูล “รุจิเกียรติกำจร” เป็นแกนนำ มีมิสซาทุก ๆ วันอาทิตย์ เวลา 19.00 น. ร้านสมานมิตรต้นกำเนิดตระกูลนี้ เป็นผู้จัดดอกไม้ถวายในแต่ละอาทิตย์สำหรับพิธีมีสซา และทำเช่นนี้มาเป็นเวลานานแล้ว
การอภิบาลเด็กนักเรียนก็มีทุกสัปดาห์ในวันศุกร์ พร้อมกับการจัดค่ายคำสอนในภาคฤดูร้อนทุก ๆ ปี โดยมี
คณะเณรใหญ่มาช่วยงานเป็นประจำ งานคริสตามาสแต่ละปีถือเป็นประเพณีและเป็นงานใหญ่ของพวกเราชาว
คริสตชนเมือง พล มีงานรื่นเริง ฉายภาพยนตร์กลางแปลง การแสดงนักเรียนบนเวที มีการจับฉลากสอยดาวจำนวนหลายหมื่นรางวัลเพื่อหารายได้สำหรับใช้ บำรุงและบูรณะวัด ดำเนินงานโดยสภาอภิบาลวัดและพี่น้องสัตบุรุษเอง นอกจากนั้นก็จัดงานฉลองวัดประจำทุกปี ซึ่งทางโรงเรียนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
งานอภิบาลในเขตเมืองพลปัจจุบันขยายออกไปในเขต อ.แวงน้อย เพราะมีครอบครัวคริสตังดั้งเดิมอยู่ที่บ้านหนองแขม 2 ครอบครัว กลับใจสมัยคุณพ่อวีระพงศ์ และกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งได้รับการเยี่ยมเยียนและมิสซาเดือนละครั้ง และห่างออกไปทาง จ.ชัยภูมิ มีครอบครัวคริสตังใหม่ที่บ้านโนนโจด ต.ท่าวัด ห่างจากเมืองพล
30 กิโลเมตร ก็ได้รับการบริการอภิบาลเดือนละครั้งเช่นเดียวกันเพื่อเป็นการเตรียมเปิด – เสกโบสถ์หลังใหม่
ทางวัดก็ได้มีการเตรียมด้านจิตใจ โดยเชิญคุณพ่อคณะพระมาหาไถ่ มาเทศน์ฟื้นฟูจิตใจเป็นเวลา 1 สัปดาห์
ในโอกาสเปิด – เสกโบสถ์แม่พระฟาติมาหลังใหม่ในวันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 2000 นี้
ปัจจุบัน : คุณพ่อซีโมน ไมตรี ทาสุวรรณ์ เป็นเจ้าอาวาส
4. วัดแม่พระประจักษ์เมืองลูร์ด บ้านไผ่
วัดแม่พระประจักษ์เมืองลูร์ด บ้านไผ่
461/5 ถ. เจนจบทิศ อ. บ้านไผ่ จ. ขอนแก่น 40110 โทร. (043) 272-609
ตู้ ป.ณ. 6 ปณจ. พล อ.พล จ.ขอนแก่น 40120 โทร. 0-4341-4742
ก่อนจะมีพระสงฆ์มาดูแลวิญญาณและครอบครัวคริสตชนที่บ้านไผ่ มีคริสตังเดิมจากจังหวัดนครราชสีมา เวียงคุก และนครชัยศรี อยู่ก่อนแล้ว
พ.ศ. 2489 พระสังฆราชคลาเรนต์ ดูฮาร์ด ได้มาพบชาวคริสต์ครั้งแรกที่บ้านไผ่ หลังจากนั้น 3 ปี ท่านได้มาทำพิธีมิสซากับ คุณพ่อทอม กริฟฟิต จากนั้น คุณพ่อเลโอ แทรวิส ได้มาดูแลอภิบาลสัตบุรุษเป็นประจำ
พ.ศ. 2502 คุณพ่อแฮรี่ ทีล ได้รับหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสประจำอยู่ที่บ้านไผ่ และดูแลคริสตังภายในอาณาเขตใกล้เคียงด้วยขณะนั้นยังไม่มีวัด จึงไปทำพิธีมิสซาที่ชั้น 2 ในโกดังเก็บปอของคริสตัง และที่บังกะโล ซึ่งคุณพ่อได้สร้างไว้
พ.ศ.2505 มีพิธีวางศิลาฤกษ์ และในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน พระคุณเจ้าดูฮาร์ด พร้อมกับนายอำเภอ ได้ทำพิธีเปิดวัด “แม่พระเมืองลูร์ด” ในวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2505
พ.ศ.2541 วัดแม่พระเมืองลูร์ด อยู่ในความดูแลของ คุณพ่อสมนึก สุทธิ มีสัตบุรุษประมาณ 150 คน
ปัจจุบัน นี้วัดนี้มีอายุเกือบ 40 ปี ทั้งคับแคบเพราะสัตบุรุษเพิ่มขี้ และเนื่องจากทางโรงเรียนมหาไถ่ศึกษาบ้านไผ่ ได้ปรับสนามโรงเรียนและถมที่จึงทำให้วัดอยู่ในระดับต่ำ น้ำท่วมขังในหน้าฝนเป็นประจำ
เนื่อง จากวัดแม่พระประจักษ์เมืองลูร์ด บ้านไผ่ และวัดแม่พระฟาติมา อ.พล เป็นวัดพี่วัดน้อง โดยมีคุณพ่อเจ้าวัดองค์เดียวกัน จะแยกกันก็เป็นเพียงบางโอกาส คุณพ่อเจ้าวัดบ้านไผ่เมืองพล จึงพักค้างที่บ้านไผ่เป็นประจำเพื่อถวายมิสซาให้ซิสเตอร์คณะกุมารเยซู ซึ่งประจำที่บ้านไผ่เพื่อดูแลโรงเรียนทั้งในเขตบ้านไผ่
เมืองพล และบ้านโนสมบูรณ์
แม้วัดพระประจักษ์เมืองลูร์ด บ้านไผ่ จะเป็นวัดเล็ก มีสัตบุรุษน้อย แต่ก็มีคุณพ่อเจ้าวัดและพระสงฆ์
ดูและนานบ้างสั้นบ้างเป็นจำนวน 25 ท่าน ภายใน 40 กว่าปีนี้ จึงขอเอ่ยนามเป็นบางท่านเท่านั้น เช่น
คุณพ่อวีระพงษ์, คุณพ่อโกแตนท์, คุณพ่ออันเดรโอนี, คุณพ่อศิริชัย ซี่งได้สร้างบ้านพักพระสงฆ์หลังปัจจุบัน คุณพ่อวัลลภ ซึ่งขณะนั้นเป็นเจ้าอาวาสวัดนักบุญเยราร์ด ขอนแก่น ก็ได้รักษาการแทนเจ้าอาวาส
วัดแม่พระประจักษ์เมืองลูร์ด บ้านไผ่ ด้วยได้บูรณะรั้วกำแพงวัด คุณพ่อไวยากรณ์ สุขสวัสดิ์ ก็ได้ปรับปรุง
ทาสีวัดใหม่ (พระคุณเจ้าลือชัย ธาตุวิสัย มาช่วยทำมิสซาในบางครั้ง) คุณพ่อกำจัด เสาะก่าน,
คุณพ่อวิชัย อ้วนเย็นดี ก็ได้สร้างถ้ำแม่พระเมืองลูร์ดจำลองขึ้น และต่อมา คุณพ่อวราศักดิ์ บูรณะพล
ก็ได้ซ่อมแซมบ้านพักคนงานและปรับปรุงบ้านพักพระสงฆ์ใหม่ไม่ให้น้ำท่วม คุณพ่อสมนึก สุทธิ ก็ได้
ปรับพื้นที่สนามวัดให้สวยงาม จนกลางปี 2542 คุณพ่อประสิทธิ์ ตรงสหพงศ์ มารับหน้าที่แทนจนถึงปัจจุบัน
การอภิบาลสัตบุรุษก็คือในวันเสาร์ มีนพวารสารแม่พระและมิสซา เวลา 19.00 น. มีมิสซาสัตบุรุษทั่วไปในวันอาทิตย์ เวลา 09.00 น. วันธรรมดา เวลา 06.00 น.ก็มีมิสซาที่วัดน้อยบ้านซิสเตอร์คณะพระกุมารเยซู นอกจากนี้สัตบุรุษยังมีไปถึงอำเภอใกล้เคียง คือ อำเภอชนบท และอำเภอมัญจาคีรี มีมิสซาให้นักเรียนมหาไถ่ศึกษาทุกสัปดาห์ จำนวนสัตบุรุษยังมีน้อยไม่ถึงหนึ่งร้อยคน ทำมาค้าขายในตลาดเป็นส่วนมาก
การเติบโตของคริสตชนในเขตบ้านไผ่ก็เป็นไปอย่างช้า ๆ และเป็นที่รู้จักก็เพราะอาศัยกิจการโรงเรียนมหาไถ่ศึกษาบ้านไผ่เท่านั้น (คุณพ่อ เปโต ประสิทธิ์ ตรงสหพงศ์C.Ss.R. ผู้เรียบเรียง)
วัน อาทิตย์ที่ 9 มีนาคม 2546/2003 คุณพ่อบัวทอง บุญทอด ได้รับคำสั่งย้ายจากวัดพระวิสุทธิวงศ์โพนสูง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี มาทำหน้าที่ต่อจากคุณพ่อประสิทธิ์ ตรงสหพงศ์C.Ss.R. โดยให้รับตำแหน่งเป็นคุณพ่อเจ้าอาวาสวัดแม่พระประจักษ์เมืองลูร์ด บ้านไผ่ และวัดแม่พระฟาติมาเมืองพล พร้อมทั้งให้เป็นผู้จัดการโรงเรียนมหาไถ่ศึกษาบ้านไผ่และโรงเรียนมหาไถ่ ศึกษาเมืองพลด้วย ก่อนหน้านี้คุณพ่อประสิทธิ์ ตรงสหพงศ์ ได้เตรียมที่โดยการถมดินไว้สร้างวัดบ้างแล้ว และได้มอบเงินส่วนที่เหลือจากดำเนินการหมื่นกว่าบท ไว้เป็นกองทุนสร้างวัดใหม่ และคุณพ่อบัวทอง บุญทอด ได้เขียนแบบเค้าโครงของวัดเพื่อให้วิศวกรผู้ออกแบบได้
วัดหลังใหม่
ต่อมาทางครอบครัวจันทร์เจริญ (ร้านเจริญพานิช) และญาติพี่น้องได้มอบเงินทุนเพื่อสร้างวัดหลังใหม่เป็นเงิน 500,000 บาท จากนั้นคุณพ่อบัวทอง บุญทอด ได้ประชุมกับสัตบุรุษ เพื่อเตรียมการและหาทุนมาสร้างวัดหลังใหม่ ส่วนทางโรงเรียนมหาไถ่ศึกษาบ้านไผ่ คุณพ่อได้ประชุมกับผู้บริหาร คณะครู นักเรียน และผู้ปกครอง เพื่อบอกบุญ (บริจาค) หาทุนสนับสนุนอีกทางหนึ่ง เดือนกันยายน 2546/2003 ได้ให้ช่างทุบวัดหลังเก่าที่สร้างไว้เมื่อปี 1962 และในวันเสาร์ที่ 18 ตุลคม 2546/2003 เวลา 14.00 น. พระคุณเจ้ายอด พิมพิสาร ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี ได้ทำพิธีวางศิลาฤาษ์วัดหลังใหม่ และวางศิลาฤาษ์บ้านพักพ่อเจ้าอาวาส
(สร้าง 28ม.ค. – 9 ก.ค. 2004 เสกบ้านพ่อเจ้าอาวาส วันที่ 7 ส.ค. 2547/2004 เวลา 12.15 น. โดย
พระคุณเจ้ายอด พิมพิสาร)
วัดหลังใหม่ได้ทำการปักเสาเข็มเดือนพฤศจิกายน 2003/2546 เริ่มทำสัญญาก่อสร้าง 2 กุมภาพันธ์ – กรกฎาคม 2004/2547 แต่งานมีการเปลี่ยนแปลงและต่อเติมจึงกำหนดวันเสร็จสิ้นงานก่อสร้าง วันที่ 22 กันยายน 2004/2547 และได้ทำการเสกวัดหลังใหม่วันเสาร์ที่ 25 กันยายน 2004/2547 เวลา 10.30 น.
โดยพระคุณเจ้ายอด พิมพิสาร ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี และพระคุณเจ้ายออากิมพเยาว์ มณีทรัพย์ ประมุขสังฆมณฑลนครราชสีมาและมีซิสเตอร์คณะดอมินิกกัน(แม่อธิการใหญ่จากกรุงโรม)
ปัจจุบัน : คุณพ่อดอมินิก พงษ์พันธ์ ม่วงมีรส เป็นเจ้าอาวาส
3. วัดนักบุญลูเซีย บ้านคำใหญ่ นิคมน้ำพอง
วัดนักบุญลูเซีย บ้านคำใหญ่ นิคมน้ำพอง
หมู่ 9 ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น
ตู้ ป.ณ. 4 อ. เมือง จ. ขอนแก่น 40000 โทร. (043) 241014
ราวปี ค.ศ. 1973 ป็นต้นมา เริ่มมีครอบครัวคริสตชนจากวัดพระเยซูเจ้ากลับคืนชีพ บ้านโนนสมบูรณ์ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ย้ายไปอยู่ที่นิคมสร้างตนเองที่ อ.น้ำพอง ด้วยเหตุผลที่ว่า จะได้มีโอกาสเป็นเจ้าของที่ดินกับเขาบ้าง ตอนนั้นคุณพ่อแลรี แพทติน เป็นเจ้าอาวาสที่วัดแม่พระปฏิสนธินิรมลทิน ที่บ้านน้อยสามเหลี่ยมและที่โนนสมบูรณ์ด้วย จึงติดตามคริสตชนขึ้นไปดูแลเยี่ยมเยียน พร้อมทั้งบราเดอร์เอมมานูเอล คณะเซนต์คาเบรียล และครูคำสอนชื่อ สมศรี นวลอึ่ง ไปกันเป็นทีม คุณพ่อสอนคำสอนกลุ่มหนึ่ง ครูคำสอนก็สอนอีกกลุ่มหนึ่ง ส่วนบราเดอร์ก็ช่วยในด้านการพัฒนาควบคู่กันไป เช่น มีโครงการซี.ซี.เอฟ. โครงการหาแหล่งน้ำเนื่องจากความแห้งแล้ง
การสอนคำสอนนั้น ต้องสอนตอนกลางคืน เนื่องจากคนส่วนใหญ่ต้องไปทำนา หรือเลี้ยงวัวเลี้ยงกระบือตอนเช้าๆ และกลับมาตอนเย็นๆ หรือมืดค่ำ ดังนั้นตอนกลางคืนจึงเป็นเวลาว่างและสงบ เนื่องจากไฟฟ้ายังไปไม่ถึง จึงต้องใช้ตะเกียงเจ้าพายุ ผู้คนต้องอยู่บ้านเป็นธรรมดา นอกจากจะมีงานมหรสพของหมู่บ้านใกล้เคียง
หลังจากมีการสอนคำสอนสำหรับผู้ที่สนใจใหม่นานพอสมควร ก็มาถึงวันแห่งการเริ่มต้น คือวันพฤหัสฯที่ 4 กันยายน 1975 คุณพ่อแพทติน ได้ทำมิสซาครั้งแรกในบ้านของคริสตชนครอบครัวหนึ่ง ภายใต้แสงตะเกียงเจ้าพายุ (ใครเคยอยู่บ้านนอกก็ต้องรู้ว่า นอกจากคนร่วมถวายพิธีมิสซาแล้ว ยังมีบรรดาแมลงที่ไม่ได้รับเชิญอีกมากมาย ซึ่งนำความรำคาญใจสำหรับผู้ประกอบพิธียิ่งนัก บางครั้งมันบินลงไปในจอกกาลิกษ์ หรือไม่ก็บินเข้าชนลูกในตา ปาก จมูก แล้วแต่มันจะหลงเข้าไป...) ตั้งแต่นั้นมา คุณพ่อก็ไปถวายบูชามิสซาทุกๆวันพฤหัสฯ เป็นมิสซาสำหรับวันอาทิตย์
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 1976 ได้ที่ดินสำหรับใช้เป็นศาสนสถาน ในที่ดินแปลงนี้มีศาลาเล็กๆอยู่หลังหนึ่ง อีกหนึ่งเดือนผ่านมา ในวันที่ 19 สิงหาคม 1976 คุณพ่อจึงถือโอกาสฉลองด้วยการถวายบูชามิสซาครั้งแรกในศาลานั้น
ในเดือนพฤษภาคม 1981 คุณพ่อแพตทริก มอริสี มารับหน้าที่ต่อจากคุณพ่อแพทติน จนถึงเดือนพฤษภาคม 1987 ในช่วงนี้ได้สร้างโบสถ์คอนกรีตเล็กๆขึ้น และในราวปี 1984 ขณะที่คุณพ่อมอริสีไปพักร้อนที่อเมริกา คุณพ่อวัลลภ จำหน่ายผล ในฐานะอธิการบ้านมาดูแลและทำหน้าที่แทนและได้บูรณะและขยายให้เป็นดังปัจจุบัน
วัดนักบุญลูเซียมีคุณพ่อหลายๆคนมาปฏิบัติหน้าผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน ตามหลักฐานที่ปรากฏในทะเบียนวัด(บันทึกรับศีลล้างบาป) ดังนี้
คุณพ่อบรรจง ไชยรา, คุณพ่ออำนวยศิลป์ ทองอำไพ ,คุณพ่อสมพงศ์ เตียวตระกูล ,คุณพ่ออินที ใสสว่าง ,คุณพ่อพล เนตรธรรม ,คุณพ่อชูชาติ ศรีวิชัยรัตน์ , คุณพ่อประสิทธิ์ ตรงสหพงษ์ ,คุณพ่อประสิทธิ์ กุ๊นุ
ปัจจุบันมีคริสตชน 11 ครอบครัวตามทะเบียนวัด กาลเวลาผ่านไป เด็กๆโตขึ้นก็ไปหางานทำต่างจังหวัด บ้างก็ย้ายไปอยู่ถิ่นใหม่ ส่วนหน่วยงานที่เคยมี คือ ซี.ซี.เอฟ. มาบัดนี้ทาง ซี.ซี.เอฟ. ได้หยุดให้การช่วยเหลือแล้ว
ในเดือนพฤษภาคม 2016 – ปัจจุบัน คุณพ่อ Nguyen Quoc Khai พระสงฆ์จากคณะพระมหาไถ่เป็นเจ้าอาวาสวัด
มิสซาวันอาทิตย์ เป็นวันเสาร์เวลา 16.30 น. หลังพิธีมิสซา มีสอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กชาวพุทธที่เข้าร่วมพิธีมิสซา
มีสัตบุรุษประมาณ 30 คน
ปัจจุบัน คุณพ่อยอห์น บัปติสต์ ปรีชา ศิลาโคตร เป็นเจ้าอาวาส
https://udondiocese.org/udondiocese/18-tem-re/konkaen-re?start=8#sigFreeId9dc231235f
2. วัดพระเยซูเจ้าทรงคืนพระชนม์ โนนสมบูรณ์
วัดพระเยซูเจ้าทรงคืนพระชนม์ โนนสมบูรณ์
83/1 ถ.มิตรภาพ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น
ตู้ ป.ณ. 24 อ. เมือง จ. ขอนแก่น 40000 โทร. (043) 239821 ,221461
ความเป็นมาของวัดต่อเนื่องมาจากวัดแม่พระปฏิสนธินิรมลทิน เนื่องจากโรงพยาบาลสีฐานได้ย้าย
มาตั้งนิคมใหม่ที่โนนสมบูรณ์ เป็นนิคมที่สมบูรณ์กว่า มีบ้านให้อยู่และมีที่ดินให้สิทธิ์ทำกินอีกด้วย ดังนั้น
คุณพ่อโกโตร ได้ขยายงานอภิบาลไปทางโนนสมบูรณ์อีกด้วย
ในปี ค.ศ.1964 คุณพ่อธีลี่ ได้ย้ายมาเป็นเจ้าวัดเขตบ้านน้อย และได้เชิญซิสเตอร์คณะพระกุมารฯ
มาดำเนินงานด้านการศึกษามีซิสเตอร์ 2คนมาช่วยงานซิสเตอร์เมรี่ลันท์และซิสเตอร์เยโรม บุญยวานิชและซิสเตอร์คณะธิดาเมตตาธรรมซึ่งมี 4 คน สองคนมาจากสหรัฐอเมริกา และอีกสองคนมาจากฟิลิปปินส์ มาดูแลคนโรคเรื้อนทั้งที่อยู่ในนิคมและอยู่นอกนิคมและอีก2ปีต่อมา จึงได้มีการเชิญบราเดอร์วิคตอเรียและบราเดอร์เอมมานูเอล มาบุกเบิกงานพัฒนาอาชีพโดยทั่วไป และโดยเฉพาะเด็กชายที่ป่วยเป็นโรคเรื้อนใน
เขตขอนแก่น
การพัฒนานี้หวังการพัฒนาทั้งครบ ทั้งทางด้านอาชีพ ด้านโภชนาการและการศึกษาไปพร้อมๆกันดังนั้นซิสเตอร์ทั้งสองได้รวมเด็กๆ ประมาณสิบกว่าคน มารวมกันใต้ร่มไม้แห่งหนึ่งแล้วค่อยๆสอนให้พวกเขาหัดอ่านและเขียน และอบรมจริยธรรมไปด้วย อย่างน้อยเพื่อให้อ่านออกเขียนได้ เนื่องจากผู้ปกครองยังไม่เข้าใจถึงความสำคัญของการศึกษา จากเด็กกลุ่มนี้ นำความประทับใจมาสู่ผู้ปกครอง จึงยอมให้ลูกหลานของตนมาเรียนกับซิสเตอร์
ด้านการศึกษาเมื่อมีเด็กมาเรียนมากขึ้น บราเดอร์วิคตอเรียจึงได้หาทุนมาสร้างอาคารไม้สองชั้นให้หนึ่งหลังจนถึงปี1971ทางโรงเรียนจึงได้รับใบอนุญาตให้เปิดโรงเรียน “โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาโนนสมบูรณ์” เริ่มตั้งแต่ชั้น ป.1 - ป.7 มีนักเรียนประมาณ 200 คน และในปี 1978 ได้ขยายถึง ม.1 - ม.3 ปัจจุบันมีนักเรียน 526 คน รับนักเรียนทั้งที่เป็นลูกหลานของผู้ป่วยและคนยากจนในละแวกนั้น ทางโรงเรียนมิได้เก็บค่าธรรมเนียมการศึกษา ส่วนค่าบริหารนั้นได้รับอุดหนุนจากรัฐส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานที่ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเรื้อน จากซี.ซี.เอฟ. จาก Friend for all children และจากเพื่อนๆช่วยกันคนละเล็กละน้อย ก็สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้
แม้ว่าจะเป็นโรงเรียนที่ยากจน แต่ก็มีผลงานที่น่ายินดี คือนายสมรัก คำสิงห์ เป็นนักกีฬาเหรียญทองในเอเชี่ยนเกมส์ปี 1994 ที่ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นนักกีฬาคนเดียวของประเทศไทยที่ได้เหรียญทอง เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียน นอกจากนั้น เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน1994 เจ้าหญิงซายาโกะ พระราชธิดาในสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นได้เสด็จเยี่ยมเยียนโรงเรียน เป็นที่ประทับใจและกำลังใจในการเสด็จเยือนครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง
อาคารวัดๆได้ก่อสร้างจากเศษเหล็กที่ได้มาจากค่ายทหารอเมริกันที่อุดรฯ มาเชื่อมๆกัน โดย
บราเดอร์คอนนี่ ในปี 1973 คุณพ่อแพทติน ได้มาเป็นเจ้าอาวาสและอยู่ได้ไม่กี่ปี ได้เกิดพายุใหญ่พัด
ผ่านโนนสมบูรณ์ เกิดความเสียหายกับหมู่บ้านใกล้เคียงด้วย และวัดเศษเหล็กถูกพัดพังเรียบไปด้วย
คุณพ่อได้สร้างเป็นอาคารคอนกรีต โดยใช้วัสดุของวัดเดิมส่วนตัวอาคารใช้อิฐบล็อกหลังคาก็ใช้สังกะสี
จากวัดเดิมและใช้เป็นวัดได้จนถึงปัจจุบัน มีคริสตชนประมาณ 120 ครอบครัวตามทะเบียนวัด มีครูคำสอน
อยู่ประจำ ด้านอภิบาลนั้นมีโครงการเลี้ยงอาหารเสริมสำหรับนักเรียน มีบริการศีลศักดิ์สิทธิ์ในนิคมโนนสมบูรณ์โดยเฉพาะผู้ที่มาวัดไม่ได้
ปัจจุบัน คุณพ่อดอมินิก พงษ์พันธ์ ม่วงมีรส เป็นเจ้าอาวาส

